วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552
about me
Nickname Nan
My birthday 4 July 2539
class M.1/1
KANCHANAPISEKWITTAYALAI SUPHANBURI SCHOOL
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552
โรงเรียนที่ฉันอยากศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาปีที่4
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เพราะแนนคิดว่ามันเปนโรงเรียนที่คนส่วนมากอยากเรียนเป็นโรงเรียนที่ที่มีชื่อเสียง ระดับประเทศคนหมู่มากรู้จัก แต่ข้อนี้ม่ายได้จำเป็นสำหรับแนนเท่าไร แต่แนนคิดว่าถ้าเราอยู่นสังมที่ดีเราก็จะดีไปด้วยแต่ก็ฝันไว้ก่อนนะ อนาคตเป็นไงก็ให้เป็นอย่างนั้นตามที่เราจะทำได้ โรงเรียนไม่ได้ทำให้ชีวิตของเราสูงขึ้นหรือตกต่ำลงแต่อยู่มี่ตัวเราว่าจะดีหรือไม่ดี
วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
เรือดำน้ำ ใหญ่ที่สุดในโลก ( Biggest submarine )
เรือดำน้ำ ระดับชั้น ไต้ฝุ่น เป็นเรือดำน้ำติดตั้งขีปนาวุธ และยังเป็นเรือดำน้ำพลังงาน นิวเคลียร์ ที่ได้รับการพัฒนาโดยสหภาพโซเวียต ในปี 1980 ด้วยความสามารถในการบรรทุกมากกว่า 48,000 ตัน ทำให้มันเป็น เรือดำน้ำ ที่ ใหญ่ที่สุดในโลก ที่สุดที่เคยมีมา แต่พวกมันกลับทำงานได้เงีัยบกว่า เรือดำน้ำ รุ่นก่อนมาก ถึงจะมีรูปร่างขนาดใหญ่โต แต่นั้นไม่ไม่ทำให้ เรือดำน้ำ ไต้ฝุ่น นั้นมีคุณสมบัติที่ด้อยลงเรื่องการเคลื่อนที่ หรือการหลบหลีกการตรวจจับ และด้วยการออกแบบให้ตัวเรือประกอบขึ้นด้วยเปลือกป้องกันแรงดัน ( pressure hulls ) 2 ชั้นวางขนานกัน และส่วนบนของตัวเรือจะมีการติดตั้งเปลือกป้องกันแรงดัน ชั้่นที่ 3 ทำให้มันป้องกันแรงกดดันของน้ำได้ดี และมากขึ้น ทำให้เรือดำน้ำรุ่นนี้หลุดจากหลักการออกแบบ ที่ต้องทำให้ตัวเรือกลม ( ตัวเรือทรงวงกลมรับแรงกดได้ดีที่สุด ) ตัวเรือออกแบบให้แบนได้มากขึ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือน เรือดำน้ำ รุ่นไหน คือให้ตัวเรือ มีความกว้่างเพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้มีพื้นที่ใช้สอยภายในเพิ่มขึ้น
ข้อมูลเฉพาะ เรือดำน้ำ ชั้น ไต้ฝุ่น
ความยาว ประมาณ 175 เมตร
ความกว้่าง ( ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Beam ) 23 เมตร
ความสูงดราฟท์ ( ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Draft คือความสูงจากใต้ท้องเรือ วัดถึงระดับที่เรือโผล่พ้นน้ำ เมื่อรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด ) 12 เมตร
น้ำหนักบรรทุกสูงสุด ขณะดำน้ำ ( Submerged ) 33,800 - 48,000 ตัน ขึ้นอยู่กับความลึกในการดำน้ำ
แหล่งพลังงานขับเคลื่อน เตาปฎิกรณ์แบบใช้น้ำความดันสูง 2 เตา ( 2 pressurized-water nuclear reactors )
ใบพัด 2 ใบ
ลูกเรือประจำการ 163 นาย
อาวุธประจำเรือ ท่อยิงตอปิโด ขนาด 630 มิลลิเมตร 4 ท่อ , ท่อยิงตอปิโด ขนาด 533 มิลลิเมตร 2 ท่อ ฐานยิงขีปนาวุธ 20RSM-52 และบรรทุกขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ 20 R-39 (SS-N-20) จำนวน 10 ลูก
ความเร็วเมื่ออยู่บนผิวน้ำ 12 น็อต
ความเร็วเมื่อดำน้ำ 27 น็อต (ประมาณ 50 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง )
ดำน้ำได้ลึกสูงสุด 400 เมตรเรือดำน้ำ ชั้น ต่างของสหภาพโซเวียต
เรือดำน้ำ ชั้น November เป็นเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ รุ่นแรกของสหภาพโซเวียต ในปี 1958 และเป็นลำที่สองของโรก โดยอันดับหนึ่งเป็นของเรือดำน้ำ ชั้น Nautilus ของสหรัฐอเมริกในปี 1954
เรือดำน้ำ ชั้น Hotel ในปี 1960 เป็นเรือดำน้ำรุ่นแรกของสหภาพโซเวียต พลังงานนิวเคลียร์ ที่มีฐานยิงขีปนาวุธ
เรือดำน้ำ ชั้น Victor ในปี 1967 เป็นเรือดำน้ำแบบ Streamlined for Speed
เรือดำน้ำ ชั้น Yankee ในปี 1967 เป็นเรือดำน้ำแบบ Comparable Firepower
เรือดำน้ำ ชั้น ไต้ฝุ่น ( Typhoon ) ในปี 1981
เรือดำน้ำ ชั้น Oscar ในปี १९८२
เชื่อ หรือ ไม่ เกี่ยวกับเรือดำน้ำ
น้ำหนักบรรทุก : เรือดำน้ำที่มีขีดความสามารถบรรทุก 7,400 ตัน สำหรับเรือดำน้ำ ถ้าเทียบเท่า บรรทุกปลาวาฬสีน้ำเงิน ได้ 65 ตัวใบพัด : ใบพัดระบบ Ultra quiet multi-bladed ทำให้เกิดเสียง เท่ากับลูกปลาโลมาตัวเดียวเท่านั้น ( ทำไม เรือดำน้ำ ต้องเงียบ เนื่องจาก การตรวจพบเรือดำน้ำ จะตรวจพบจากเสียง และระบบนำร่องของตอปิโด จะติดตามเป้าหมายตามเสียง ) เพราะฉะนั้นยิงเงียบยิ่งดี
พลังงาน : เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์มีพลังงานมากพอ ให้เรือดำน้ำทำงานได้นาน 25 ปี
เสาอากาศ : เรือดำน้ำมีเสาอากาศสำหรับถ่ายรูปความร้อน และถ่ายรูปในแสงน้อย จึงเสา 2 ต้นนี้มีประสิทธิภาพขนาด ถ่ายรูป 360 องศา ในเวลาเพียง 3 วินาที เมื่อขึ้นสู่ผิวน้ำ และมีเสาอีก 6 ต้น สำหรับใช้งาน เกี่ยวกับรับสัญญาณดาวเทียม รับเรดาร์ ใช้ในระบบน้ำทาง
การก่อสร้าง : ผิวเรือดำน้ำบางจุดหนาถึง 17.5 เซ็นติเมตร , เรือดำน้ำ 1 ลำประกอบด้วยชิ้นส่วนกว่า 1 ล้านชิ้น ใช้ทีมงานกว่า 6000 คนในการก่อสร้าง
เพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในจักรวาล


เป็นสุนัข ขนาดเล็ก น้ำหนักไม่เกิน 3.18 กิโลกรัม ( 7 ปอร์น )
เส้นขนยาว มีลักษณะคล้ายเส้นไหม ละเอียด เป็นประกายสีดำ สีเทา สีน้ำตาลทอง
มีนิสัยร่าเริง กล้าหาญเกินตัว
ไม่เหมาะที่จะเลี้ยง ร่วมกับเด็กเล็ก เนื่องจากสุนัขมีขนาดเล็กมาก สุนัขอาดได้รับอันตรายจากการเล่นของเด็กๆ จนกระดูกหัก

Siberian Husky ไซเบียเรี่ยน ฮัสกี้ ได้รับการคัดเลือกเป็น สุนัขขนาดกลางที่ สวยที่สุดในโลก สุนัขไซบีเรี่ยน ฮัสกี้ ถูกพันฒนาสายพันธุ์ โดยชาวพื้นเมืองที่เรียกว่า CHUKCHI เพื่อให้ทำหน้าที่ล่าสัตว์ และเฝ้ายาม แต่ต่อมา ถูกพัฒนาให้มีลักษณะของสุนัขลากเลื่อน ประมาณปี คศ.1900 มีการแข่งขัน สุนัขลากเลื่อน ใน ALASKA โดยมี ระยะทางถึง 400 ไมล์ สุนัขที่ชนะใน การแข่งขันคือ สุนัขพันธุ์ไซเบียเรี่ยน ฮัสกี้ และทาง AKC. รับรองสุนัขพันธุ์นี้ในปี คศ.1930 โดยมีลักษณะสายพันธุ์ ที่โดดเด่น ดังนี้
มีอุปนิสัย ร่าเริง เป็นมิตร ขี้อ้อน จนไม่สามารถเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน เนื่องจากจะไปอ้อน คุณโจร ถ้าคุณโจรบุกเข้าบ้าน
น้ำหนัก 20- 27 กิโลกรัม
ความสูง 53-60 เซ็นติเมตร
ขน หนา คล้ายขนสัตว์ พอง มีขนสองชั้น
สี สีอะไรก็ได้ทั้งสิ้น เช่น สีเทา สีดำ สีแดง
สุนัขขนาดใหญ่ สายพันธุ์ที่ สวยที่สุดในโลก

Golden Retriever โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ได้รับการคัดเลือกเป็น สุนัขขนาดใหญ่ที่ สวยที่สุดในโลก โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ที่ สก๊อตแลนด์ ( Scotland ) ที่เมือง Guisachan ในช่วงศตวรรษที่ 19 เพื่อเป็นสุนัขล่าสัตว์ ทางน้ำ โดยมีลักษณะสายพันธุ์ ที่โดดเด่น ดังนี้
อุปนิสัยสุภาพ ขี้เล่น รักเจ้าของ
ความสูง 58 – 60 เซ็นติเมตร ( ตัวผู้ ) และ 53 – 56 เซ็นติเมตร ( ตัวเมีย )
น้ำหนักตัว 65 – 75 กิโลกรัม ( ตัวผู้ ) และ 55 – 56 กิโลกรัม ( ตัวเมีย )
ลักษณะขน ดกแน่น ประกอบด้วยขน 2 ชั้น ขนชั้นนอกควรยาวและมีลักษณะค่อนข้างแข็งแต่ไม่ถึงกับหยาบกระด้าง ขนจะต้องขึ้นแนบกับลำตัว อาจจะเหยียดตรงหรือหยิกเล็กน้อยก็ได้ สำหรับขนบริเวณด้านหลังของขาและใต้ท้อง ควรมีลักษณะอ่อนนุ่มกว่าขนตามลำตัว สีออกเหลืองทอง
วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
หมาตัวเท่าม้า
เจ้าแซมซั่นสุนัขเลือดผสมระหว่างพันธุ์ “เกรต เดน” กับ “นิวฟันด์แลนด์” ตามข่าว นสพ. เธอะ ซัน ขณะนี้มันอายุสามขวบ ทว่า สรีระร่างใหญ่โตมโหระทึก ยืนสองขาหลังสูงถึง 6 ฟุต 5 นิ้ว น้ำหนัก 266 ปอนด์ หนักกว่านักมวยรุ่นซุปเปอร์เฮฟวี่เวท
สามีภรรยา... พ่อเฒ่า เรย์ อายุ 65 ปี และ แม่เฒ่า จูลี่ วู้ดส์ วัย 54 ปี เจ้านายแซมซั่นเล่าว่า ซื้อมาเมื่อมันอายุหกเดือน ไม่คาดคิดแซมซั่นเติบโตจะตัวใหญ่ขนาดนี้
“ใครเห็นแซมซั่นแรกๆมักกลัวเพราะเค้าตัวโตผิดหมา คือใหญ่ไล่เลี่ยกับม้าแกลบเชียวแหละ รอบลำคอแซมซั่นวัดได้ถึง 2 ฟุต 5 นิ้ว ต้องสั่งทำปลอกคอไซส์พิเศษ แต่แท้จริงแซมซั่นสุภาพ ใจดี ขี้เล่น ไม่ดุ ชอบให้ตบหัวเบาๆ” นางจูลี่เล่า “อุ้งเท้ายิ่งเบ้อเร่อเกือบเท่าจานเปลใส่อาหารมื้อเย็น ปากกว้างอมลูกฟุตบอลมิด กินจุม้ากมาก ค่าอาหารเดือนนึงกว่าสี่พันบาท”
น้ำหนักแซมซั่นเป็นรอง “เฮอร์คิวลีส” แชมป์โลกปัจจุบันพันธุ์แมสตีฟเพียง 16 ปอนด์ แต่มันยังจะเติบโตอีกเยอะ จึงมีสิทธิ์ชิงแชมป์จากเจ้าเฮอร์คิวลีส.
วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ABOUT ME
วันเกิดนะ 4 ก.ค.39(ใครเป็นเพื่อนเรา ซื้อของขวัญวันเกิดให้ด้วยนะ)
อยู่ม.1/1
โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2552
Tha les
กรีกโปราณอาจมีนิยามที่แตกต่างจากประเทศกรีกในปัจจุบันอาณาของชนชาติโบราณเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตามอารยธรรม กรีกโบราณจึงครอบคลุมไปถึงตรุกีทางใต้ไปจนถึงอิตาลี
เธลีสเป็นนักปริชญาชาวกรีก เป็นนักวิทยาศาตร์ และคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียง เธลิส เป็นชาวเมืองไมล์ตุส(Miletus) ซึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของตรุกี เธลีสใช้ชีวิตอยู๋ในช่วงเวลาประมาณ 600 ปี ก่อนคริตศตวรรศอย่างไรก็ดีผลงานของเธลิสที่เป็นข้อเขียนไม่หลงเหลือเป็นหลักฐานเลย แต่จากหลักฐานที่กล่าวอ้างถึงเธลิสโดยนักคณิตศาสตร์ผู้อื่นพบว่า เธลีสได้เขียนตำราเกี่ยวกับการหาทิศและการเดินเรือ
การกล่าวอ้างถึงเอลิสที่นำสนใจเรื่องหนึ่งคือ เธลิสได้ทำนายการเกิดสุริยปราคาได้ถูกต้องในปี 585 BC แต่เขาอ้างถึงของรอบเวลาที่เกิดสุริยปราคาซึ่งจะเกิดขึ้นในประมาณ 19 ปี แต่ก็เป็นการยากเพราะสุริยปราคาจะเกิดเป็นช่วงพื้นที่หนึ่ง การทำนายสุริยปราคาจึงอาศัยประสบการณ์การคาดเดาที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้ เชื่อกันว่าเธลิสใช้ข้อมูลที่มีมาจากชาวบาบิโลเนียน ที่กล่าวว่าวงรอบของสุริยุปราคาจะเกิดทุก 18 ปี 10 วัน 8 ชั่วโมง
จากความเป็นจริงในปัจจุบันพบว่า การเกิดสุริยุปราคาจะไม่เป็นรายคาบ แต่จะขึ้นกับตำแหน่งของโลก การคำนวณสุริยุปราคาจึงต้องกระทำโดยอาศัยคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนขึ้น และยังไม่มีใครพบหลักฐานที่เด่นชัดว่าชาวบาบิโลเนียน ทำนายการเกิดสุริยปราคาด้วยหลักฐานและทฤษฎีอะไร ซึ่งก็อาจเป็นได้ว่า ชาวบาลิโลเนียนมีการคำนวณบนพื้นฐานของวิทยาการที่เป็นไปได้ เกี่ยวกับพื้นผิวโลก
หลังจากเกิดสุริยปราคาในวันที่ 28 พฤษภาคม 585 BC ฮีโรโคกุสได้เขียนข้อความบันทึกไว้ว่า "อยู่ ๆ กลางวันก็พลอยเป็นกลางคืนไปในทันที เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับการทำนายบอกไว้ก่อนโดย เธลีส ซึ่งเป็นชาวไมล์ตุส" การเกิดสุริยปราคาครั้งนี้สร้างความประหลาดใจ และความตื่นเต้นอย่างยิ่ง
จนกระทั่งปัจจุบันก็ย้งไม่หลักฐานใดที่จะบอกได้ว่าเธลีสใช้ทฤษฎีหรือคำนวณได้อย่างไร นักคณิตศาสตร์ในภายหลังเลื่อว่า การที่เธลีสทำนายได้ถูกต้องเพราะ เธลีสเป็นผู้สังเกตุและศึกษาทางเปลี่ยนเปลี่ยนของท้องฟ้ามีการจดบันทึกการเปลี่ยนแปลง และดูการเคลื่อนไหวของดวงดาวบนท้องฟ้า จะทำให้ทราบการเคลื่อนที่ในตำแหน่งต่าง ๆ
เธลิสได้มีโอกาสดินทางไปประอิยิปต์ ขณะนั้นศิลปวิทยาการที่อียิปต์รุ่งเรือง โดยเฉพราะคณิตศาสตร์ในสาขาวิชาเรขาคณิต เธลีสได้เสอนวิฮีการคำนวณความสูงของปิรามิดที่อียิปต์ โดยการวัดระยะทางของเงาที่เกิดขึ้นที่ฐานของปิรามิด กับเงาของหลักที่รู้ความสูงแน่นอนวิชาการของเธลีสคือการใช้ รูปสามเหลียม

สิ่งที่เป็นผลงานและเป้ฯที่กล่าวอ้างถึงเธลีส คือ ทฤษฎีบทเกี่ยวกับเรขาคณิต 5 ทฤษฎี คือ
วงกลมใด ๆ ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กันโดยเส้นผ่านศูนย์กลาง
มุมที่ฐานของสามเหลี่ยมหน้าจั่วมีค่าเท่ากัน
เส้นตรงสองเส้นตัดกัน มุมตรงข้ามที่เกิดขึ้นย่อมเท่ากัน
สามเหลี่ยมสองรูป ถ้ามีมุมเท่ากันสองมุม และด้านเท่ากันหนึ่งด้าน สามเหลี่ยมทั้งสองคล้ายกัน
มุมภายในครึ่งวงกลมเป็นมุมฉาก
จากทฤษฎีทางเรขาคณิตในเรื่องด้านและมุม เธลิสเสนอวิธีการ วัดระยะทางเรื่องที่อยู่ในทะเลว่าห่างจากฝั่งเท่าไร โดยมีผู้สังเกตวัดระยะอยู่บนฝั่ง
เธลิสใช้หลักการสามเหลี่ยมคล้ายหาระยะทางได้เธลิสได้เสนอความเชื่อของตนเองอย่างหนึ่งว่า "ทุกสิ่งทุกอย่างคือน้ำ" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความคิดและค้นหาคำตอบในเรื่องวิทยาศาสตร์ โดยมีสมมุติฐานที่ต้องการพิสูจน์
เธลิสเชื่อว่า โลกลอยอยู่บนน้ำ และทุกสิ่งทุกอย่างมาจากน้ำ เขาเชื่อว่าโลกแบบเหมือนจานที่ลอยอยู่บนพื้นมหาสมุทรที่ไม่มีขอบเขตกำจัดเธลีสอธิบายการเกิดแผ่นดินไหว เหมือนจานที่ลอยอยู่บนน้ำและกระเพื่อมตามแรงน้ำ จากปริชญาของเธลิสพอสรุปได้เป็น
มีวัตถุสิ่งของได้มากมาย
มีเพียงชนิดเดียวคือ น้ำ
คำว่ายูนิเวอร์ส (Universe) ไม่สามารถที่อธิบายได้ในเทอมของชิ้นส่วนที่ไม่ต่อเนือง แต่อยู่ในเทอมของของที่เชื่อมโยงถึงกันที่เรียกว่า Space
อย่างไรก็ตามความคิดของเธลิสในส่วนข้อ 2 และ3 ได้รับการโต้แย้งอย่างมากในเวลาต่อมาในเรื่องความถูกต้องของหลักปรัชญา และทฤษฎี
ยูคลิด (Euclid)
ยูคลิดเป็นนักคณิตศาสตร์ที่สำคัญ และเป็นที่รู้จักกันดี ยูคลิดเกิดที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอิยิปต์ เมื่อราว 365 ปี ก่อนคริสตกาล เมื่อมีชีวิตอยู่จนกระทั่งประมาณปี 300 ก่อนคริสตกาล สิ่งที่มีชื่อเสียงคือผลงานเรื่อง The Elements
หลักฐานและเรื่องราวเกี่ยวกับตัวยูคลิดยังคงสับสน เพราะมีผู้เขียนไว้หลายรูปแบบ อย่างไรก็ตามผลงานเรื่อง The Elements ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงทุกวันนี้ จากหลักฐานที่สับสนทำให้สันนิษฐานที่เกี่ยวกับยูคลิดมีหลายแนวทาง เช่น ยูคลิดเป็นบุคคลที่เขียนเรื่อง The Element หรือยูคลิดเป็นหัวหน้าทีมนักคณิตศาสตร์ที่อาศัยอยู่ที่อเล็กซานเดรีย และได้ช่วยกันเขียนเรื่อง The Elements อย่างไรก็ดีส่วนใหญ่ก็มั่นใจว่ายูคลิดมีตัวตนจริง และเป็นปราชญ์อัจฉริยะทางด้านคณิตศาสตร์ที่มีชีวิตในยุคกว่า 2,000 ปี
ผลงาน The Elements แบ่งออกเป็นหนังสือได้ 13 เล่ม ใน 6 เล่มแรกเป็นผลงานเกี่ยวกับเรขาคณิต เล่ม 7, 8 และ 9 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎีตัวเลข เล่ม 10 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับทฤษฎีที่ว่าด้วยจำนวนอตักยะ เล่ม 11, 12 และ 13 เกี่ยวข้องกับเรื่องราว รูปเรขาคณิตทรงตัน และปิดท้ายด้วยการกล่าวถึงรูปทรงหลายเหลี่ยม และข้อพิสูจน์เกี่ยวกับรูปทรงหลายเหลี่ยม
ผลงานของยูคลิดเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางมาก และกล่าวกันว่าผลงาน The Elements เป็นผลงานที่ต่อเนื่อง และดำเนินมาก่อนแล้วในเรื่องผลงานของนักคณิตศาสตร์ยุคก่อน เช่น ทาลีส (Thales), ฮิปโปเครตีส (Hippocrates) และพีธากอรัส อย่างไรก็ตาม หลายผลงานที่มีในหนังสือนี้เป็นที่เชื่อกันว่าเป็นบทพิสูจน์และผลงานของยูคลิดเอง ผลงานของยูคลิดที่ได้รับการนำมาจัดทำใหม่ และตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1482 หลังจากนั้นมีผู้นำมาตีพิมพ์อีกมากมายนับจำนวนครั้งไม่ถ้วน
ตัวอย่างอัลกอริทึมการหา ห.ร.ม. ของยูคลิด
ผลงานของยูคลิดยังมีอีกมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเลข ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ เรื่องของแสง ทางเดินของจุดบนเส้นโค้งและผิวโค้ง รูปกรวย และยังมีหลักการทางดนตรี อย่างไรก็ตาม หลักสูตรหลายอย่างได้สูญหายไป
วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552
พีธากอรัส (Pythagorus)
พีธากอรัสเป็นนักคณิตศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมาก จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เชื่อว่า พีธากอรัสมีอายุอยู่ในราว 582 - 500 ก่อนคริสตกาล พีธากอรัสเป็นชาวกรีก เป็นนักปรัชญา และผู้นำศาสนา พีธากอรัสมีผลงานที่สำคัญคือ เป็นนักคิด เป็นนักดาราศาสตร์ นักดนตรี และนักคณิตศาสตร์ แรกเริ่มในชีวิตเยาว์วัยอยู่ในประเทศกรีก ต่อมาได้ย้ายถิ่นพำนักไปตอนใต้ของอิตาลี ที่เมืองโครตัน (Croton) ศึกษาเล่าเรียนทางปรัชญาและศาสนาที่นั่น พีธากอรัสมีผู้ติดตามและสาวกเป็นจำนวนมาก ซึ่งเรียกว่า Pythagorean การทำงานของพีธากอรัสและสาวกจึงทำงานร่วมกัน
แนวคิดที่สำคัญของพีธากอรัสและสาวกคือ หลายสิ่งหลายอย่างสามารถอธิบายให้เข้าใจได้ด้วยคณิตศาสตร์ ทำให้การพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญยิ่ง พีธากอรัสและสาวกได้ทำการพิสูจน์ทฤษฎีทางคณิตศาสตร์หลายเรื่อง และต่อมาทฤษฎีเหล่านี้เป็นรากฐานของวิทยาการในยุคอียิปต์
สิ่งที่สำคัญและถือได้ว่าเป็นทฤษฎีของพีธากอรัสที่มีชื่อเสียง คือ ความสัมพันธ์ของด้าน 3 ด้านของสามเหลี่ยมมุมฉาก ซึ่งความรู้นี้มีมาก่อนแล้วกว่า 700 BC แต่การนำมาพิสูจน์อ้างอิงและรวบรวมได้กระทำในยุคของพีธากอรัสนี้
พีธากอรัสได้กล่าวว่า ด้านของสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีขนาดสั้นกว่าเส้นทแยงมุม และจุดนี้เป็นข้อพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวเลขมีลักษณะเป็นตัวเลขอตรรกยะ (irrational) คือ ตัวเลขที่หาขอบเขตสิ้นสุดไม่ได้ ดังตัวอย่างเช่น ซึ่งไม่มีใครสามารถหาจุดสิ้นสุดของค่าของจำนวนอตรรกยะนี้ได้ ในยุคนั้นจึงให้ความสนใจในเรื่องของจำนวน ตัวเลข และเรขาคณิต
เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพีธากอรัสและสาวก เกี่ยวข้องกับคณิตศาสตร์ที่มีความสัมพันธ์กับธรรมชาติหลายอย่าง พีธากอรัสได้กล่าวถึงลักษณะของด้านและมุมของรูปสามเหลี่ยม และรูปหลายเหลี่ยมต่าง ๆ จนถือได้ว่าเป็นพื้นฐานแห่งทฤษฎีบทหลายบทจนถึงปัจจุบัน เช่น ผลบวกของมุมภายในของสามเหลี่ยมใด ๆ มีค่าเท่ากับสองมุมฉาก และยังสามารถขยายต่อไปอีกว่า ในรูปสามเหลี่ยมที่มีจำนวนด้านเท่ากับ n ผลบวกของมุมภายในรวมเท่ากับ 2n - 4 มุมฉาก
สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับธรรมชาติและการสังเกตของพีธากอรัสในขณะนั้นคือ เขาเชื่อว่าโลกมีลักษณะกลม และเป็นศูนย์กลางของจักรวาล โดยมีดวงจันทร์ และดาวต่าง ๆ โคจรรอบโลก เขาเสนอว่าดวงจันทร์โคจรรอบโลก เขายังเป็นคนแรกที่เชื่อและแสดงให้เห็นว่า ดาวประจำเมือง (ดาวศุกร์) ที่เห็นตอนเย็น และดาวประกายพฤกษ์ที่เห็นตอนเช้ามืดเป็นดาวดวงเดียวกัน
การสังเกตของพีธากอรัสต่อสิ่งแวดล้อม เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันและเป็นรากฐานความคิดในยุดต่อไป
